หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

8 ปัญหาแอร์รถยนต์ ปัญหาแอร์รถยนต์ แอร์ไม่เย็น

เครื่องปรับอากาศหรือระบบแอร์รถยนต์ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้ว ด้วยในปัจจุบันอากาศนับวันยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ ระบบเครื่องปรับอากาศย่อมมีความสำคัญต่อการดำรงชีวติมนุษย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงาน อยู่ในรถยนต์ส่วนตัว หรืออยู่ที่บ้าน ระบบเครื่องปรับอากาศก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย ยิ่งในรถยนต์ส่วนบุคคล ระบบเครื่องปรับอากาศนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเย็นสบายในการขับขี่รถยนต์ การที่ระบบเครื่องปรับอากาศเสีย หรือไม่เย็นนั้นทำให้ผู้ขับขี่เกิดความรู้สึกไม่อยากขับขี่รถยนต์ได้ ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งหงุดหงิด อารมณ์เสีย ไม่มีสมาธิในการขับขี่
คำถามหนึ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์มักจะถามเข้ามาเสมอๆเกี่ยวกับปัญหาแอร์รถยนต์คือ ทำไมแอร์ไม่เย็น หรือทำไมแอร์ถึงเย็นเป็นช่วงๆ แอร์เสีย แอร์ร้อนไม่มีความเย็นมีแต่ลม ดังนั้นทีมงานจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ในการตอบให้แก่เพื่อนๆ ทุกท่านได้ทราบกัน
1. น้ำยาแอร์ไม่เต็มระบบ (น้ำยาแอร์ขาด)-แอร์ไม่มีความเย็น หรือเย็นน้อย
ปัญหาแอร์รถยนต์ที่ำทำให้ระบบแอร์ไม่เย็นนั้น เกิดจากปริมาณน้ำยาแอร์ที่ส่งจากคอมเพรสเซอร์เพิ่มแรงด้น เข้าสู่แผงคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ทำให้ปริมาณน้ำยาแอร์ที่เข้าไปดูดจับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ในปริมาณน้อย ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารยังคงมีอากาศร้อนอยู่ ในการที่น้ำยาแอร์เหลือน้อยนั้น เกิดได้ในหลายกรณี ทั้งที่เกิดจากการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ได้เติมน้ำยาแอร์ทำให้น้ำยาแอร์เหลือน้อย หรือเกิดจากการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในระบบ (ในกรณีนี้ แอร์จะไม่เย็นเลยหากน้ำยาแอร์รั่วออกจากระบบแอร์หมดแล้ว)
ในการซ่อมบำรุงระบบแอร์ ในกรณีที่น้ำยาแอร์ไม่เต็มระบบ หรือเหลือน้อยนั้น ทำได้โดยการไปร้านซ่อมแอร์รถยนต์ และให้ทางร้านเติมน้ำยาแอร์พร้อมทั้งเช็คว่ามีน้ำมันคอมเพรสเซอร์อยู่หรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ให้ช่างเติมให้ด้วย และให้ช่างเช็คการรั่วซึมให้ด้วย ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำยาแอร์นั้นอยู่ที่ 500-700 บาทครับ เพียงเท่านี้แอร์ก็กลับมาเย็นเหมือนเดิมแล้วครับท่าน
2. ปัญหาแอร์รถยนต์ - ตู้แอร์รั่ว เกิดรอยรั่วตามรอยต่อจุดต่างๆ สายท่อแอร์มีรอยแตก
ปัญหาแอร์รถยนต์ที่ทำให้ระบบแอร์ในรถยนต์ไม่เย็นที่เกิดจากตู้แอร์รั่ว รอยรั่วตามจุดเชื่อมต่อต่างๆ หรือเกิดจากการรั่วซึมในระบบแอร์ทั้งหมด จากการรั่วซึมในจุดต่างๆในระบบแอร์ จะทำให้ค่าแรงด้นของน้ำยาแอร์ตก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้แอร์ไม่เย็นได้เช่นกัน ในเรื่องของปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาที่ท่านผู้ขับขี่รถยนต์สามารถทำการตรวจสอบได้ง่าย โดยใช้น้ำสบู่หรือผสมแชมพู ตีให้เป็นฟองแล้วนำไปทาตามรอยต่อต่างๆ ของระบบแอร์ ถ้ามีแรงดันให้ฟองสบู่ลอยตัวขึ้นมานั้น แสดงว่ามีรอยรั่วซึมตามรอยต่อนั้น เมื่อตรวจพบให้ทำการขันให้แน่นแล้วทำการตรวจเช็คอีกรอบ ด้วยการตรวจเช็คในแบบง่ายๆ ก็ทำให้รถยนต์ของท่านมีแอร์เย็นสบายแล้วครับ
สำหรับการแตกรั่วซึมที่ท่อแอร์นั้น ต้องทำการเปลี่ยนให้ทั้งเส้น ซึ่งต้องไปที่ร้านซ่อมแอร์โดยเฉพาะ ในกรณีตู้คอยล์เย็นหรือแผงคอยล์รั่วซึมนั้น ควรที่จะเปลี่ยนใหม่ครับ ราคาไม่สามารถระบุได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์แต่ละรุ่น ถ้าเกิดมีการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในห้องโดยสาร ต้องทำการซ่อมบำรุงในทันที เพราะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่เอง
3. ปัญหาแอร์รถยนต์ - ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์ร้อน (Condenser) มีระบบระบายความร้อนไม่เพียงพอ (แอร์ไม่เย็น เย็นเฉพาะตอนรถวิ่งหรือตอนกลางคืน)
ปัญหาแอร์รถยนต์ - ในกรณีที่ระบบระบายความร้อนของแผงคอยล์ร้อนระบายความร้อนไม่เพียงพอ เป็นอาการที่เกิดจากพัดลมระบายความร้อนหน้าแผงคอยล์ร้อน ไม่มีการทำงานหรือมีการทำงานน้อย ทำให้ระบบระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ ไม่มีการระบายความร้อนออกจากน้ำยาแอร์ หรือมีการระบายความร้อนออกน้อย ทำให้น้ำยาที่ส่งเข้าคอยล์เย็นมีอุณหภูมิสูง ทำให้แอร์ไม่เย็นได้ครับ
ในกรณีนี้ แอร์จะเย็นตลอดเมื่อรถยนต์มีการขับเคลื่อนรถยนต์ เพราะมีลมพัดเข้ามาด้านหน้าแผงคอยล์ร้อน ช่วยระบายความร้อนของแผงคอยล์ร้อนได้ครับ แต่เมื่อในกรณีที่รถติดนานๆ ทำให้ไม่มีลมผ่านด้านหน้าแผงคอยล์ ทำให้แผงคอยล์ร้อนไม่สามารถระบายความร้อนได้เพียงพอ ทำให้แอร์ภายในรถยนต์ไม่เย็นได้ครับ
ในการตรวจเช็คระบบระบายความร้อนแผงคอยล์ร้อนไม่ยุ่งยากครับ เพียงท่านเปิดฝากระโปรงด้านหน้า ติดเครื่องยนต์ พร้อมเปิดแอร์ เมื่อมีการทำงานของคอมเพรสเซอร์ พัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนจะทำงานพร้อมกัน ถ้าพัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนไม่ทำงาน หรือหมุนช้ามีเสียงดัง นั่นแสดงว่าพัดลมด้านหน้าแผงคอยล์ร้อนเสีย หรือเสื่อมสภาพแล้วครับ ต้องการเปลี่ยนใหม่ครับ
4. ลูกสูบภายในคอมเพรสเซอร์หลวมไม่มีกำลังอัด - แอร์ไม่เย็น เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง
ในกรณีที่ลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ทำให้ระดับแรงดันของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์มีน้อย ทำให้แรงดังของน้ำยาแอร์ฉีดเข้าคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะดูดซับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ไม่เย็นได้
ในกรณีนี้ สามารถสังเกตได้จากเมื่อติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ แอร์ไม่เย็นหรือเย็นไม่มากนัก (พัดลมระบายความร้อน แผงคอยล์ร้อนทำงานปกติ แผงคอยล์ร้อนทำงานปกติ ระบบท่อน้ำยาแอร์ไม่รั่ว) แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์เย็น นั่นแสดงว่าลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวมแล้วครับ ทางแก้ไขปัญหาคือ ซ่อมคอมเพรสเซอร์ โดยเปลี่ยนลูกสูบใหม่ (ไม่นิยมซ่อมเพราะราคาซ่อมพอๆกับการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่) หรือเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่
5. ชุดวาล์ว และดรายเออร์อุดตัน หรือเสื่อมคุณภาพ - แอร์ไม่เย็น เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง
ในกรณีที่วาล์ว และดรายเออร์อุดตันทำให้แรงดันน้ำยาแอร์ที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไหลผ่านเข้าคอยล์เย็นไม่สะดวก ทำให้น้ำยาแอร์ที่ฉีดไม่เพียงพอที่จะดูดซับความเย็นภายในห้องโดยสารได้ ทำให้ระบบแอร์ภายในห้องโดยสารเย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นได้ครับ ตรวจเช็คได้โดยการติดเครื่องยนต์เปิดแอร์ (ต้องไม่ีมีการรั่วของระบบแอร์ คอมเพรสเซอร์สมบูรณ์ พัดลมระบายอากาศทำงานปกติ) แอร์มีระดับความเย็นไม่มากและมีเสียงดังอยู่ใกล้ตู้แอร์ หรือแอร์ไม่เย็นเลย แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์มีความเย็นนั่นแสดงว่า ชุดวาล์วและดรายเออร์เกิดการอุดตันแล้ว
การแก้ไขปัญหา โดยถอดเปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่ (ชุดวาล์วและดรายเออร์ควรที่จะเปลี่ยนพร้อมกัน เพราะดรายเออร์จะทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกจากน้ำยาแอร์ เมื่อวาล์วแอร์อุดตันนั่นแสดงว่าดรายเออร์ชำรุดแล้วครับ)
6. คลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท (คลัตช์ลื่น) - แอร์ไม่เย็น เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง
ปัญหาของคลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท (คลัตช์ลื่น) นั่นเกิดจากกระแสไฟที่ส่งเข้ามายังคลัตช์แม่เหล็กมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอที่จะทำให้คลัตช์คอมเพรสเซอร์ติดเข้ากับมูลเลย์ได้ หรือสามารถติดได้แต่ไม่แน่น เกิดการฟรีในบางจังหวะ เมื่อคลัตช์คอมเพรสเซอร์มีการจับมูเลย์บ้างไม่จับบ้าง ก็เป็นสาเหตุให้คอมเพรสเซอร์ทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง จึงทำให้แอร์เย็นเป็นช่วงๆ หรือไม่เย็นเลย
ในการแก้ไขปัญหาสามารถดูได้ 3 จุด
1.ระบบสายไฟที่ส่งมายังคลัตช์คอมเพรสเซอร์มีการขาดหรือเปล่า มีกระแสไฟฟ้าเข้ามาหรือเปล่า มีปริมาณกระแสไฟฟ้าเข้าเพียงพอหรือเปล่า
2. ชุดสวิตช์ระดับเซ็นเซอร์ควบคุมความเย็น (Themostat) มีการเสื่อมสภาพหรือเปล่า
3. ทำการปรับแต่งหน้าคลัตช์ให้เรียบเสมอ และตั้งระยะคลัตช์ใหม่ ราคา 2,000-3,000 บาท เพราะต้องถอดคอมเพรสเซอร์มาทำการซ่อมบำรุงข้างนอกรถยนต์ ทำให้ต้องเติมน้ำยาแอร์ใหม่และทำแวคคัมด้วย
7. สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนมากเกินไป
การที่สายพานคอมเพรสเซอร์แอร์หย่อนมากเกินไป ทำให้ในเวลาที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน สายพานที่รับกำัลังจากเครื่องยนต์ เพื่อฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนนั้นเกิดการฟรี ไม่สามารถที่จะฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนได้ สามารถสังเกตได้ครับ เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานจะเกิดเสียงดังและแอร์ภายในรถยนต์จะไม่ค่อยเย็น
การแก้ไขปัญหาคือการปรับระดับสายพานให้ตึงขึ้น ถ้าสายพานมีรอยแตกหรือฉีกขาดควรเปลี่ยนเส้นใหม่ทันทีครับ
8. การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท ไม่ถูกต้องตรงกับระบบเครื่อปรับอากาศรถยนต์ที่ติดตั้ง
การใช้น้ำยาแอร์ที่ผิดประเภท หรือใช้น้ำยาแอร์ปลอมปนนั้น จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลงได้ โดยทั่วไปแล้วหากมีการปลอมปนของน้ำยาแอร์ ในระดับ 2-3% โดยน้ำหนักแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์มากนัก แต่ถ้าหากมีการปลอมปนของน้ำยาแอร์ที่มากกว่า 5% โดยน้ำหนักแล้ว จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์แตกต่างกันไป ขึ้นกับลักษณะของการปลอมปน โดยหลักๆได้แก่
  • ทำให้ความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อุปกรณ์ในระบบแอร์รถยนต์ ไม่สามารถทนแรงดันซึ่งสูงกว่าที่บริษัทผู้ผลิตออกแบบไว้ เกิดความเสียหายหรือระเบิดขึ้น
  • เมื่อความดันในระบบแอร์รถยนต์เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้คลัตช์ของคอมเพรสเซอร์มีความร้อนสูงและเสียหายได้
  • ทำให้การทำงานของคอยล์เย็น และเอ็กซ์แพนชั่นวาล์วผิดปกติ ส่งผลให้แอร์ในรถไม่เย็นความเสียหายต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่อปกรณ์ต่างๆ จะค่อยๆเสียหายและหมดอายุการใช้งานก่อนกำหนด เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง

สำหรับวิธีการในการตรวจเช็คว่าในระบบแอร์ รถยนต์มีการปลอมปนของน้ำยาแอร์มากน้อยเพียงใดนั้น ต้องอาศัยเครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องตรวจสอบประเภทสารทำความเย็น จึงระบุได้ว่าน้ำยาแอร์ที่ตรวจสอบนั้นมีสารชนิดใดอยู่บ้าง ซึ่งขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำความเป็นไปได้ ในการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบประเภทน้ำยาแอร์ เพื่อให้บริการแก่ผู้ขับขี่รถยนต์ และร้านซ่อมแอร์รถยนต์
การแก้ไขปัญหา คือ
นำรถยนต์ของท่านไปตรวจสอบกับร้านที่ให้บริการซ่อมแอร์รถยนต์ี่ที่มีความรู้ ความชำนาญเพื่อตรวจดูว่ามีอุปกรณ์ใดเสียหาย และต้องเปลี่ยนหรือไม่ หรือเข้ารับบริการกับร้านที่เข้าร่วมโครงการลดและเลิกใช้น้ำยาแอร์ R-12 ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นร้านที่มีเครื่องมือในการซ่อมบำรุงที่ได้มาตรฐาน มีช่างซ่อมที่ผ่านการฝึกอบรมเรื่องการซ่อมบำรุง ระบบแอร์รถยนต์มาเรียบร้อยแล้ว
หากพบว่ารถยนต์ของท่านมีสารปลอมปนที่มีส่วนผสมของสารไวไฟในระดับที่มาก ควรรีบเปลี่ยนน้ำยาแอร์ทันที เพราะอาจเกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่ได้ หากมีการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ในห้องโดยสาร และมีปัจจัยที่ทำให้เกิดประกายไฟขึ้น
และเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาแอร์ไม่เย็นเกิดขึ้น ท่านผู้ขับขี่รถยนต์จึงควรหมั่นตรวจเช็คระบบแอร์ของรถยนต์ท่านอยู่สม่ำเสมอ และในทุก 6 เดือน ควรนำรถเข้าตรวจระบบแอร์ทั้งระบบเพื่อให้รถยนต์ของท่านมีระบบเครื่องปรับอากาศที่เย็นสบายตลอดไป

ภาพคอมแอร์ประกอบคำอธิบาย





ภาพประกอบแอร์รถยนต์พร้อมคำอธิบาย































ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์-วาวล์แอรฺ์-Expansion Valve

ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์-วาวล์แอรฺ์-Expansion Valve

  • วาวล์แอร์-Expansion Valve เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ ฉีดสารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์เข้าไปในตู้แอร์ สารทำความเย็นตัวนี้จะทำการนำพาความร้อนจากห้องผู้โดยสารออกมา ทำให้อุณหภูมิในห้องผู้โดยสารลดลง ความร้อนในห้องผู้โดยสารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น จำนวนคนที่นั่งในรถยนต์ ความร้อนจากห้องเครื่อง ความร้อนจากแสงอาิทิตย์ โดยปกติวาวล์แอร์ จะมีตัวตรวจวัดอุณหภูมิติดตั้งไว้ที่ปลายทางของตู้แอร์ และจะเปิดหรือปิดวาวล์แอร์ เพื่อควบคุมการฉีดสารทำความเย็นเข้าสู่ตู้แอร์
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับ Expansion Valve หรือ วาวล์แอร์

       การอุดตันของ วาวล์แอร์-Expansion Valve อุปกรณ์ตัวนี้มีหน้าที่ฉีดสารทำความเย็นเข้าไปที่ตู้แอร์ ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆ สารทำความเย็นอาจจะมีสิ่งเจือปนมากขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าทำให้เกิดการอุดตันที่ วาวล์แอร์ ทำให้การฉีดน้ำยาไม่เต็มที่หรือไม่ฉีดน้ำยาเลย อาการที่พบคือระบบแอร์ไม่มีความเย็น หรือแอร์เย็นไม่ฉ่ำ และถ้าตรวจวัดความดันจะพบความดันสูงผิดปกติที่ด้านความดันสูง


วาวล์แอร์มีอยู่สองชนิดใหญ่ๆคือ วาวล์บลอก และวาวล์หาง ภาพซ้ายสุดคือวาวล์บลอก ส่วนภาพที่สองจะเป็นวาวล์หางที่ติดตั้งกับตู้แอร์ หางของวาวล์หางจะยึดติดกับท่อน้ำยาแอร์ด้านทางออก เพื่อเป็นการตรวจจับอุณหภูมิ และทำการฉีดน้ำยาให้เหมาะสม เพื่อจะได้อณุหภูมิที่เย็นตามความต้องการ

ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์-ตู้แอร์รถยนต์ - Evaporator

ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์-ตู้แอร์รถยนต์ - Evaporator

  • ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์-ตู้แอร์รถยนต์-Evaporator เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในคอนโซลในห้องผู้โดยสาร มีลักษณะเป็นท่อขดและมีครีบหลายหลายอันเพื่อนำพาความร้อนผ่านครีบและท่อขด ความร้อนจะแพร่ไปที่สารทำความเย็น สารทำความเย็นที่เป็นของเหลวก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นไอเมื่อได้รับความร้อน และจะถูกดูดออกโดยคอมเพรสเซอร์เืพื่อไปผ่านขบวนการทำให้กลับมาเป็นของเหลวอีกครั้ง
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับ ตู้แอร์ - Evaporator คือ
  1. มีรอยรั่วซึมที่ตู้แอร์ เป็นปํญหาที่พบบ่อย เมื่ออุปกรณ์ถูกใช้ไปประมาณ 3-5 ปี ในปัจจุบันการเชื่อมรอยรั่วมักทำไม่ได้ เพราะโลหะที่ใช้ในการทำตู้แอร์เป็นโลหะมีเนียมที่ไม่สามารถเชื่อมได้ จึงต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่สำหรับปัญหานี้
  2. สิ่งสกปรกอุดตันในตู้แอร์ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลง และยังเป็นที่สะสมของเชื้อโรคต่างๆ โดยปกติต้องทำการล้างตู้แอร์ประมาณ 1-2 ปีต่อครั้งขึ้นอยู่กับการใช้งานของรถยนต์ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ โรแยลแอร์จะเสนอการล้างตู้แอร์ด้วยการถอด และล้าง เพราะเราพบว่าเป็นวิธีที่ทำให้ตู้แอร์สะอาดที่สุด และเราสามารถเป่าให้แห้งก่อนนำกลับไปประกอบในคอนโซล


ภาพตัวอย่าง Evaporator หรือ ตู้แอร์ ซึ่งเป็นท่อขดและมีครีบที่ำทำหน้าที่นำพาความร้อน จากห้องโดยสารผ่านไปที่สารทำความเย็น ตู้แอร์จะติดตั้งอยู่ภายในคอนโซลของรถยนต์ ในรถยนต์บางรุ่นโดยเฉพาะรถยุโรป จะต้องทำการถอดคอนโซลด้านหน้าทั้งหมดออก จึงจะทำการถอดเปลี่ยนตู้แอร์ได้ เพราะฉนั้นเราแนะนำให้ท่านเลือกร้านที่มีประสบการณ์ในการถอดเปลี่ยนตู้แอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการแตกหักของคอนโซล สองภาพสุดท้ายเป็นการใช้น้ำยาล้างตู้แอร์ ท่านจะเห็นสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ภายในตู้แอร์ สามารถเปรียบเทียบสีกับตู้แอร์ใหม่
โรแยลแอร์ล้างแอร์ด้วยการถอดล้าง มั่นใจว่าล้างได้สะอาดกว่าการล้างแอร์ด้วยเครื่อง











ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์- กรองน้ำยาแอร์ - Receiver Drier

ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์- กรองน้ำยาแอร์ - Receiver Drier



  • กรองน้ำยาแอร์ หรือ Receiver-Drier เป็นอุปกรณ์ที่ำทำหน้าที่ เก็บสารทำความเย็นเพื่อที่จะส่งต่อไปให้วาวล์แอร์ฉีดสารทำความเย็นเข้าสู่ตู้แอร์ Receiver-Drier ยังมีสารดูดความชื้นเพื่อทำการดูดซับความชื้นในสารทำความเย็น และกรองสิ่งเจือปนต่างๆ ขนาดของ กรองน้ำยาแอร์-Receiver-Drier มีหลายขนาด การติดตั้งต้องดูสัญลักษณ์ลูกศร IN/OUT ซึ่งเป็นตัวบอกถึงการไหลของสารทำความเย็น สารทำความเย็นต้องไหลจาก Condenser ไปที่ Evaporator
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับ กรองน้ำยาแอร์ หรือ Receiver-Drier
  1. การอุดตันของกรองน้ำยาแอร์ เพราะอุปกรณ์ตัวนี้มีหน้าที่กรองสิ่งสกปรกต่างๆจากสารทำความเย็น โดยเฉพาะสิ่งสกปรกจากคอมเพรสเซอร์ที่มีอายุการใช้งานนานๆ การอุดตันของ Receiver-Drier นี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลง โดยตรวจสอบได้จากมีความดันสูงเกินความดันเฉลี่ยที่ด้านความดันสูง
  2. การรั่วซึ่มของ กรองน้ำยาแอร์-Receiver-Drier มักเกิดกับ Receiver-Drier แบบที่มีกระจก บางครั้งอาจจะมีการรั่วซึมที่รอยต่อของแผ่นกระจก

กรองน้ำยาแอร์ มีอยู่หลายแบบแตกต่างกันตามชนิดของรถยนต์ มีทั้งแบบที่มีกระจกด้านบนเพื่อใช้ตรวจสอบการพร่องของสารทำความเย็นด้วยการมอง หรือแบบทึบไม่มีกระจก การตรวจสอบทำโดยการตรวจวัดความดันของสารทำความเย็น ตามทฤษฎี เมื่อทำการซ่อมบำรุงระบบทำความเย็น และทำการเปิดระบบ แนะนำให้ทำการเปลี่ยน กรองน้ำยาแอร์ หรือ Receiver-Drier ด้วยทุกครั้ง เพราะการเปิดระบบหมายถึง อากาศสามารถเข้าไปในตัว กรองน้ำยาแอร์หรือReceiver-Drier ซึ่งจะทำให้สารดูดซับความชื้นเสื่อมสภาพได้

ระบบแอร์รถยนต์ - สายน้ำยาแอร์ - Lines

ระบบแอร์รถยนต์ - สายน้ำยาแอร์ - Lines


  • Suction Line หรือสายน้ำยาแอร์ใหญ่ เป็นสายน้ำยาแอร์ด้านความดันต่ำ ซึ่งต่อจากตู้แอร์ไปที่คอมเพรสเซอร์ ทำหน้าที่นำสารทำความเย็น ที่มีสถานะเป็นไอความดันต่ำมาที่คอมเพรสเซอร์ เมื่อเราเอามือสัมผัสสายนี้จะเย็น
  • Discharge Line หรือสายน้ำยาแอร์กลาง เป็นสายน้ำยาแอร์ด้านความดันสูง ซึ่งต่อจากคอมเพรสเซอร์ไปที่คอนเดนเซอร์ ทำหน้าที่นำสารทำความเย็นที่มีสถานะเป็นไอความดันสูง ในการทำงานปกติ สายน้ำยาเส้นนี้จะร้อนเมื่อสัมผัส
  • Liquid Line หรือสายน้ำยาแอร์เล็ก เป็นสายน้ำยาแอร์ด้านความดันสูง ซึ่งต่อจากคอนเดนเซอร์ไปที่ Receiver-Drier ทำหน้าที่นำสารทำความเย็นที่มีสถานะเป็นของเหลวความดันสูง ในการทำงานปกติ สายน้ำยาเส้นนี้จะอุ่นเมื่อสัมผัส
    ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับสายน้ำยาแอร์ คือ
    เกิดการรั่วซึมของสายน้ำยาแอร์ ตามจุดต่างของสาย อันเนื่องจากการเสื่อมสภาพของสายน้ำยาแอร์ หรือเกิดจากความดันที่สูงผิดปกติ การตรวจหารอยรั่วของสายน้ำยาแอร์ต้องทำโดยช่างผู้มีประสบการณ์ และมีความละเอียด เพื่อหาตำแหน่งของรอยรั่วให้ได้ เนื่องจากสายน้ำยาแอร์มีสามเส้น รอยรั่วบางครั้งเล็กมาก และจะมีน้ำยารั่วซึมเมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานเท่านั้น การหารอยรั่วไม่พบจะทำให้น้ำยาแอร์รั่วซึมอยู่ตลอดเวลา ลูกค้าจะพบว่าต้องเติมน้ำยาแอร์อยู่บ่อยครั้ง เช่น ทุกๆ 2-3 เดือน














ระบบแอร์รถยนต์- รังฝึ้งแอร์ - คอยล์ร้อน - Condenser

ระบบแอร์รถยนต์- รังฝึ้งแอร์ - คอยล์ร้อน - Condenser




  • รังฝึ้งแอร์ - Condenser เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ กำจัดความร้อนออกจากสารทำความเย็น โดยการผ่านความร้อนไปที่อากาศข้างนอก โดยมีพัดลมระบายอากาศช่วย โดยปกติจะมีพัดลมระบายอากาศของเครื่องยนต์ที่เป่าหม้อน้ำ และพัดลมไฟฟ้าสำหรับระบบแอร์ช่วยทำงาน เมื่อความร้อนลดลง สารทำความเย็นจะเปลี่ยนสถานะจากไอความดันสูง เป็นของเหลวความดันสูง

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับ รังผึ้งแอร์-Condenser คือ 
มีรอยรั่วซึมที่ตัวรังฝึ้งแอร์ เมื่ออุปกรณ์ถูกใช้ไปประมาณ 3-5 ปี การรั่วซึมอาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะ รังฝึ้งแอร์ เป็นจุดที่ระบายความร้อนของสารทำความเย็น และเปลี่ยนสถานะสารทำความเย็นจากสถานะ ไอความดันสูงเป็นของเหลวความดันสูง จึงเป็นไปได้ว่าในบางกรณีที่ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์บกพร่อง เช่น พัดลมระบายความร้อนไม่ทำงาน หม้อน้ำชำรุด อุดตัน ส่งผลให้ความดันที่รังฝึ้งแอร์ สูงผิดปกติ และทำให้เกิดรอยรั่วซึมของสารทำความเย็นที่ตัวรังฝึ้งแอร์
การหักงอของปลายท่อรังฝึ้งแอร์เกิดขึ้นจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดจากการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ หรือ หม้อน้ำ ช่างอาจจะละเลยหรือไม่มีประสบการณ์ที่เพียงพอ ทำให้ รังผึ้งแอร์ ชำรุดหักงอ ซึ่งเมื่อระบบแอร์ทำงาน ความดันที่ รังผึ้งแอร์ จะสูงมากและอาจจะทำให้สายน้ำยาด้านความดันสูงแตกได้

คอมเพรสเซอร์แอร์



ระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์-คอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์ - Compressor



  • คอมเพรสเซอร์แอร์-Compressor เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ สูบฉีดสารทำความเย็นให้ไหลวนในระบบปรับอากาศ โดยดูดสารทำความเย็นสถานะไอความดันต่ำจากตู้แอร์ และเพิ่มความดันเพื่อเปลี่ยนสถานะสารทำความเย็นเป็นไอความดันสูง ก่อนที่จะส่งต่อไปที่คอนเดนเซอร์ คอมเพรสเซอร์รุ่นใหม่ๆ จะประกอบไปด้วยหลายลูกสูบ โดยปกติแต่ละลูกสูบก็จะมี 1 suction และ 1 discharge Suction คือวาวล์ด้านดูด ซึ่งจะดูดสารทำความเย็นมาจากตู้แอร์ Discharge คือวาวล์ด้านปล่อย ซึ่งจะปล่อยสารทำความเย็นไปที่คอนเดนเซอร์
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับ คอมเพรสเซอร์แอร์ Compressor คือ
  1. คอมเพรสเซอร์มีเสียงดัง เราต้องตรวจสอบดูว่าเสียงดัี่งเกิดขึ้นมาจากตัวคอมเพรสเซอร์ หรืออุปกรณ์ือื่นๆเช่น มูเลย์ สายพาน ถ้าเป็นเสียงที่เกิดจากคอมเพรสเซอร์ก็ต้องดูว่าเป็นที่คลัทช์หรือตัวคอมเพรสเซอร์ ถ้าเป็นที่คลัทช์ก็อาจจะสามารถซ่อมหรือเปลี่ยนคลัทช์ได้ แต่ถ้าเป็นที่ตัวคอมเพรสเซอร์ ซึ่งอาจจะเกิดจากลูกสูบข้างในชำรุด โดยปกติการซ่อมส่วนใหญ่จะไม่ได้ผล ควรถอดเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ตัวใหม่
  2. คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังอัด ซึ่งจะมีอาการคือเมื่อรถยนต์จอดอยู่กับที่ แอร์จะไม่มีความเย็น หรือความเย็นน้อย แต่เมื่อรถวิ่ง หรือ เร่งเครื่องแอร์จะมีความเย็นมากขึ้น
  3. คอมเพรสเซอร์รั่ว มีน้ำยาแอร์ซึมออกมา สังเกตุได้จากมีรอยคราบน้ำมันสีดำๆ ที่ตัวคอมเพรสเซอร์ ณ.จุดที่รั่วเป็นจำนวนมาก ถ้าเป็นการรั่วซึมที่รอบต่อคอมเพรสเซอร์ เราสามารถเปลี่ยนซีนหรือชุดแผ่นยางกันการรั่วซึมของคอมเพรสเซอร์ได้ แต่ถ้าเป็นรอยรั่วซึมที่จุดอื่น ก็ต้องทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่